[KHR] HBD KYOUYA!! แบบเลทเรท ..
posted on 06 May 2008 22:13 by jcodotg in Art-Junk-Roughเลทไปแล้วเฮ้ยยยยยยยยยยย
*ดิ้นๆ*
ลงที่บอร์ดไปละฮ่ะแต่ลืมลงที่ Exteen (กร๊าก) เลยเกิดความ ชะรั่วชั่วช้านิดๆ ก็อบจากบอร์ดมาเป็นแพทเทิร์นเดียวกันไปเยย
แบ่งเป็นซีรี่ออกมาตามความขยันและคาดว่าจะตามวันเกิดตัวละครครับ (ฮา)
ซีรี่แรกแฮปยามะ ตามในบอร์ดเอาน่อ..
-----------------
- Single Homerun ; one reason to love
子供の日
kodomo no hi
วันเด็ก
รักนะพ่อเคะทอนฟา
(NC นะตะเอง .. ทำการเซ็นเซอร์ไว้แล้วครับ)
“วันที่สี่เดือนห้า”
“ซากุระหลงฤดู”
............................................................................
อย่าถามหาความรัก หากไม่คิดจะรับมัน
อย่าถามหาเมฆาที่มืดครึ้ม หากยังต้องการนภาที่สดใส
...................................................
แก๊ง!!!!
“เอาท์!!!!!”
“วันนี้เป็นอะไรว้า ทาเคชิ ทำไมตีเอาท์อยู่เรื่อย”
ทันทีที่เสียงกรรมการประกาศขานถึงลูกออกเหลือเชื่อที่มาจากยามาโมโตะ ทาเคชิ
ผู้เข้าฟอร์มคนนั้น
เพื่อนร่วมทีก็เหนี่อยอ่อนใจอยากจะเอาหัวโขกแบตเตอร์ตายๆไปซะหากความหวังที่ดีที่สุดของทีมฟอร์มตกตอนการแข่งขันฤดูร้อนที่จะถึงนี้
“โทษทีๆ จะไปเก็บลูกให้แล้วกันนะ” คนตีออกยิ้มเจื่อนๆ
วางแบตเตอร์ไว้ข้างตัวแล้ววิ่งออกไปนอกสนามแทน
เพราะวันนี้ออกมาซ้อมต่างสถานที่ก็เลยไม่รู้ว่าเบื้องหลังที่ลูกเบสบอลแลนดิ้งไปตกอยู่นั้นเป็นอะไร
แต่ที่แน่ๆเค้าเห็นต้นซากุระบานสะพรั่ง ... หลงฤดู
คงเป็นสวนสาธารณะล่ะมั้ง
ร่างหนุ่มนักกีฬาวิ่งไปด้วยความเร็วผ่านแนวรั้วของที่ที่ตนคาดเดาว่าเป็นสวนสาธารณะ
ทำไมรั้วมันยาวแบบนี้นะ!!!
แล้วก็ต้องถึงบางอ้อเมื่อเจอประตูทางเข้า
และพบคนสวนกำลังยืนกวาดพื้นหญ้าอยู่ข้างใน
ยามาโมโตจะเกาะรั้วเขย่งตัวเองมองลอดเข้าไปผ่านช่องของประตูรั้วทรงญี่ปุ่น
ข้างในมีเรือนญี่ปุ่นหลังใหญ่ ..คงจะเป็นขุนนางเก่าสินะ
...เพราะปกติไม่ค่อยได้มาแถวนี้สักเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
เข้าได้หรือไม่ได้
“เอ่อ .. ขอโทษครับ
ลูกเบสบอลผมตกอยู่ข้างใน!!”
คนสวนชายหญิงสองคนละไม้กวาดไว้ที่พื้นปราดเข้ามาประชิดประตูรั้วมองตาสบกับเด็กหนุ่มคราวลูกแล้วถึงยอมเปิดประตูรั้วให้
“จากสนามเบสบอลข้างๆหรือเจ้าคะ”
ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติธรรมดาซ้อมมักจะไม่ตีเข้ามาในเรือนหลังนี้
แน่นอนที่กั้นมันสูงและก็อยู่ห่างพอสมควรแต่เจ้าหนุ่มคนนี้กลับแรงดีตีลอดเข้ามาได้
..หรือแค่โกหกกันแน่ ก็ต้องหยั่งเชิงกันไป
“ครับ
ขอเข้าไปเก็บได้ไหม”
“เดินเข้าไปทางนั้นเจ้าค่ะ”
มือเหี่ยวย่นชี้ไปตามแนวรั้วปล่อยหนุ่มเบสบอลเข้าไปง่ายเหลือเชื่อ
..ก็ไม่ได้น่าห่วงอะไรเพราะคฤหาสน์นี้มีพวกนักฆ่าคอยดูแลอยู่เพื่อนนายท่านและคุณหนูที่สิบเชื้อสายมาจากโบราณกาลน่ะนะ
และอีกอย่างถ้าเกิดอะไรขึ้นคนใช้ทุกคนในบ้านมีสิทธิฆ่าผู้ประสงค์ร้ายได้ทันที
โห ..
ใหญ่เป็นบ้า
ยามาโมโตะเลิกลักหยุดเดินแล้วแวะมองดูเรือนญี่ปุ่น
กลิ่นไม้เก่าแก่ของเรือนส่งกลิ่นหอมอ่อน
แม้ความเก่าแก่ของมันน่าจะร่วมห้าสิบปีได้
เสียงน้ำกระทบไผ่ไหลเอื่อยๆ ..
ปลาคราฟในสระกำลังแหวกว่ายอวดสีสดพาดตัวของมันเริงร่ากับฤดูใบไม้ผลิ
ขาของหนุ่มนักกีฬาชักก้าวละเมอทิศทางไปซะแล้ว
ชายหนุ่มเดินไปตามชานเรือน หรือบางทีตามกลิ่นหอมๆของแม้เก่ากันแน่นะ
ก่อนจะหยุดกึกกับต้นซากุระใหญ่ตรงหน้า ..
ต้นที่เห็นคือต้นเดียวกับที่โฟกัสในสนามเบสบอล ก็คิดว่าคงหลายต้น
แต่ต้นเดียวหรอกเหรอ!! ถ้าให้เดาอายุคงไม่ต่ำกว่าร้อยปีแน่ๆ
“นายเองสินะที่ตีลูกเบสบอลเข้ามา” เสยงหนึ่งดังจากบนชั้นสอง
ทำเอายามาโมโตะหันหน้าขึ้นไปมองยังระเบียงที่มาของเสียง
“อ่ะ ...เฮ้ย!!”
ยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก นัยน์ตานั้นเบิกกว้างปากพะงาบๆพูดไม่ออก
“ฮิบาริ!!!!!!!”
ก็รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวเกลียดการสุมหัว ...
ก็พอจะเดาได้ว่าฐานะทางบ้านคงจะดี
ผิวพรรณที่ขาวนวลคงไม่ใช่เด็กชาวบ้านธรรมดาแบบเค้า ..
ทุกย่างก้าวการเดินมันเต็มไปด้วยความสง่า
เหมือนลูกคุณหนูที่ถูกขัดเกลามา
แต่ใครมันจะไปคิดล่ะว่านี่เป็นบ้านของเจ้าตัว
“นี่รู้ไหม แกเป็นคนแรกที่ตีมันเข้ามาในรั้วบ้านของฉัน
โดนต้นซากุระของฉัน ขัดอารมณ์ในการดูซากุระของฉัน” เจ้าตัวยืนขึ้น
แปลกตาไปหน่อยในชุดยูกาตะสีดำ แต่ทอนฟากลับไม่ได้แปลกตาไปเลย
มันถูกเข้าประจำที่ที่มือทั้งสองข้างแล้วตำแหน่งที่ร่างบางยืนอยู่ไม่บอกก็รู้ว่าสูงแค่ไหนพี่ท่านก็พร้อมจะกระโจน
..ไม่มีพลาด
หรือถ้าพลาดเค้านี่แหละจะเป็นคนไปรองรับเอง
“ฉันให้เวลานายห้าวินาที เก็บมันแล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉัน”
“หนึ่ง”
ริมฝีปากบางนับเลขนรก แต่ยามาโมโตะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก
“บ้านนายเหรอเนี่ย กว้างชะมัด”
“สอง”
“นี่ ถ้ากว้างขนาดนี้ต้องมีอออนเซ็นน่ะสิ
ถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแต่ถ้าได้แช่น้ำอุ่นๆคงจะหายเหนื่อยกัน”
“สาม”
“ฉันให้พวกที่ชมรมมาบ้านนายได้ไหม”
[size=]“อย่าอยู่เลยแก!!”[/size]
ร่างบางกระโจนลงมาจากระเบียงชั้นสอง
ตกถึงพื้นดินเบากริบก่อนจะปราดเข้ามาซัดทอนฟาให้หน้าหงาย
ผิดฐานที่ตีลูกเบสบอลเค้าก็หงุดหงิดพอตัว
แต่ไอ้การจะยกฝูงสัตว์กินพืชมาในบ้านเขานี่แหละสถานหนัก
บ้านนะไม่ใช่โรงแรม
ที่จะเปิดออนเซ็นให้แช่พร้อมที่พักอาหารค้างคืนน่ะ!!!!!
“เฮ้ยย!!
ฉันพูดเล่นเองอ่ะ” มือกุมแก้มตัวเองแล้วถอยไปหลายๆก้าว
แต่คนดุจัดก็ไม่น่าจะเลิกราโดยดีพุ่งตัวมาง้างทอนฟาขึ้นเค้าก็ก้าวสเตปเร็วอ้อมวกมาด้านหลังจับล็อกสองข้อมือเอาไว้ออกแรงบีบมากพอที่จะเจ็บให้ปล่อยทอนฟาลงพื้น
“ดุเป็นบ้า หายบ้าสักทีนะ”
“หึ นายสิบ้า”
“อ้า ..ใช่ บ้าตั้งแต่เห็นหน้านาย”
หูขาวๆของคนตัวเล็กกว่าแดงแปรี๊ดนั่นแหหละยามาโมโตะเลยผ่อนยิ้มออกมา
“แปลกดีนะที่จะเห็นนายที่อื่นที่ไม่ใช่โรงเรียน”
“นี่มันบ้านฉัน ไม่เคยเห็นก็ไหว้ซะ”
“ก็ถึงได้บอกว่าแปลกดี
ทุกทีเสาร์อาทิตย์ก็เห็นนายอยู่แต่ในโรงเรียน”
ความเงียบโรยตัวเป็นคำตอบ
ลมที่โชยเบาๆพัดเอาซากุระโปรยไปทั่วทิศหลุดปลิวไปก็เยอะแต่กลับชูดอกเต็มต้นมากกว่าต้นไหนๆที่เคยเห็น
มือที่จับตรึงไว้ผ่อนกำลังลงโดยที่ยามาโมโตะและฮิบาริไม่รู้ตัวสักนิด
ราวกับไม่อยากจะจากภาพแบบนี้
อยากอยู่แบบนี้อีกสักนิด อยู่ได้โดยลดทิฐิ ลบคำว่าห่างเหิน
อยากใกล้กัน
เพราะจบเวลานี้ไปคงไม่อาจคาดคิดว่าจะได้พานพบอีกเมื่อไหร่
ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะยอมปริเอ่ยให้ได้ยินเสียงที่แว่วหวานกว่าครั้งไหนๆ
“ วันจันทร์...” คนยืนเบื้องหลังใช้ความเงียบเป็นคำตอบรอประโยคถัดไปที่จะเอ่ยเอื้อน
นัยน์ตาสองคู่แม้ไม่ได้จับจ้องซึ่งกันและกันแต่ก็มองซึ่งสิ่งเดียวกัน
“วันเกิดฉัน...”
ทั้งที่ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่กลับอยากให้บุรุษข้างหลังรับรู้เรื่องของตัว.. สักนิดก็ยังดี
อยากให้รู้เรื่องของเค้า แต่ก็ไม่อยากเผยความลับให้ฟัง
กลัวการเปิดเผย แต่อยากสร้างไมตรี
“....เฉกชีวิตที่เกิดมาและกลับสู่ธุลี….”
“....ทำอย่างไรถึงจะถูกจดจำ....”
“....ตราบกาลนาน....”
“เหรอ” เสียงตอบกลับมาสั้นๆเหมือนทำร้ายจิตใจกันซึ่งๆหน้า ฮิบาริตวัดมือออกด้วยความโกรธ ..หงุดหงิดอะไรกันนะ
เค้าผิดหวัง ทั้งที่ยังไม่ได้หวัง หรือบางทีแอบหวังโดยที่ตนเองก็ไม่รู้ไปแล้วก็เถอะ
แต่ตอนนี้มันหงุดหงิดสุดๆไปเลย
เท้าเรียวตวัดเตะทอนฟาขึ้นมือเหมือนจับวางก่อนจะไล่ฟาดไปยังพ่อนักกีฬาดีเด่นให้หายหงุดหงิด
“ออกไปจากบ้านฉัน!!!” ตวัดท่อนเหล็กไล่กวดก่อนจะอ้อมไปยังลูกเบสบอลที่ทิ้งตัวอยู่ใต้ต้นซากุระ
ออกแรงเตะแล้วมันก็ลอยไปทางกบาลตั้งๆ
แต่ขอโทษฟอร์มมันผิดกัน สัญชาติญาณเบสบอลรับมันไว้ได้แต่คงหนีทอนฟาที่ปาตามมาทีหลังไม่พ้นแต่ก็เบี่ยงคอหลบให้ถากแก้มเลือดใหลเอา
“ใจร้าย!!” เสียงตะโกนลอดผ่านแนวรั้ว ถ้าไม่มีรั้วกั้นก็คงจะได้เดินเคียงคู่กันไป จนสุดแล้วฮิบาริก็มาหยุดอยู่ที่ขอบเขตรั้ว
หน้าสวยแหงนมองไปยังเบื้องบน เห็นตาข่ายที่สูงกว่าบ้านเค้ากั้นเอาไว้แล้วก็ถอนหายใจ
ใช่ว่าสนามซ้อมจะอยู่ติดกับรั้วบ้านที่ไหน มันก็ห่างพอประมาณ
.. แต่เจ้าบ้านั่นก็ยังตีมันข้ามมาได้ ..
“..จะไกลจะห่างสักกี่ร้อยไมล์..”
“..ก็ยังเห็นเคียงข้างกัน..”
ชักไม่แน่ใจแล้วตีในที่นี้หมายถึงโฮมรัน หรือ ตีกำแพงน้ำแข็งของเค้าให้พังยับเยินกันแน่
“หากตีปราการน้ำแข็ง ก็คงได้เมฆามาครอบครอง”
“นี่โกคุเทระ วันนี้วันอะไร” ท้องฟ้ากำลังจะฉาบสีส้มอมมืด สองเกลอเดินให้เงาทอดยาวอยู่ในเมือง
ก็แค่บังเอิญเจอกันระหว่างทางกลับเท่านั้น
โกคุเทระมาหาระเบิดกักตุน ขณะที่เจ้าหัวตั้งก็แวะเข้าร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่อยู่ข้างกัน
“วันเสาร์ที่สาม ลืมวันลืมเดือนไปรึไง” บุหรี่ถูกจัดคาบเอาไว้ในปาก พ่นควันปุ๋ยๆแล้วถอนหายใจ
เหลือบสายตาเห็นแผงเร่ขายปลาคราฟแล้วเป็นต้องหยุดสงสัย ไม่เคยพบไม่เคยเธอเจ้าธงประหลาดแบบนี้
รูปร่างมันพิลึกพิลั่นแต่เด็กก็ยังร้องง้องแง้งจะเอากัน
“อาใช่ ก็ต้องซ้อมจนลืมไปแล้วว่า สามถึงห้ามันเป็นโกลด์เดนวีค”
ถึงไม่ใช่แต่ไอ้การมีวันหยุดตรงวันหยุดมันก็ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรนักหรอก
แล้วพลันเหลือบสายตาไปเห็นธงปลาคราฟโฟกัสเดียวกับโกคุเทระก็ต้องแย้มรอยยิ้มออกมา
“ประสาท”
“ธงนั่นเค้าไว้ติดกันวันที่ห้าเดือนห้า วันเด็กอ่ะนะ” เสียงเอ่ยเรียบๆ
ใบหน้าแย้มรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นเจ้าปลาคราฟตัวนึงทำหน้าบึ้งตาขวางเหมือนฮิบาริไม่มีผิด
“เจ้านี่ตัวนึงครับ”
แก๊ง!!!
“เอาท์!!!!”
“อะไรอีกว้า นี่แกทำลูกออกมาสองวันติดแล้วนะโว้ยย ไอ้ทาเคชิ!!” เจ้าของชื่อหัวเราะร่วนคราวนี้ดูท่าทางกระดี๊กระด๊ามากกว่าปกติ
“เอาเถอะยังไงก็เลิกซ้อมพอดี” หัวหน้าทีมลดแบตเตอร์ลงเหนื่อยหน่าย
“เย็นมากแล้วพวกฉันขอตัวกลับไปก่อนล่ะนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ยามาโมโตะ”
ไม่ต้องรอให้ลับตาหนุ่มนักกีฬาดีแตกก็วิ่งทั่กๆโฉบเข้าไปในบ้านอย่างเคยคุ้น อันที่จริงก็จงใจทุกอย่างนั่นแหละ
แต่ดูท่าเจ้าบ้านที่ยืนต้อนรับใต้ต้นซากุระใหญ่นี่จะผิดแผนไปสักนิด
ร่างบางในชุดยูกาตะโยนลูกเบสบอลขึ้นลง
..ขึ้นลงก่อนจะคว้างมันมาทางเข้าแต่ไม่มีทอนฟาเหมือนเคย
“อ่า โทษทีๆ มันพลาดไปนิด”
“นายจงใจ” เสียงใสเอ่ยเรียบๆ ตวัดหางตามองคนตัวสูงนิ่ง
เงียบอยู่นาน เงียบจนได้ยินเสียงสายลมที่โชยผ่าน ก่อนคนตัวเล็กนั่นแหละจะเดินตวัดกลับเข้าบ้านไปทันที
“พรุ่งนี้วันเกิดนายใช่ม้า” เทพบุตรสุดเนียนถือวิสาสะก้าวเข้ามาในบ้าน ผิวปากวืดๆกับนานาของหรูหราล่อตาล่อใจขโมย
สมเป็นบ้านขุนนางเก่า ... มองดูแผ่นหลังเล็กๆแล้วก็รู้สึกห่างเหิน
ทั้งที่แค่เอื้อมมือไปก็จะคว้าไว้ได้แต่กลับดูไกลออกไปเรื่อยๆ
คนไม่เคยยึดติดกับบรรดาศักดิ์ถึงกับถอนหายใจหน่ายๆ แต่พอเหลือบมองผ้าพันข้อมือที่เจ้าตัวเป็นคนให้ไอ้ความน้อยใจก็หายไปหมดเลย
“ตามเข้ามาทำไม” คนงามเดินไปนั่งอยู่ริมชานพักของห้องนอนชั้นสอง
วิวเบื้องหลังเปิดกว้างเห็นต้นซากุระชัดเจนแจ่มแจ๋ว
หากแต่เจ้าตัวที่อยู่เบื้องหน้าวิวนั้นนั่นแหละที่เค้าโฟกัส
“ขามันพาไปอ่ะ” วางกระเป๋าเป้ไว้ข้างประตู เดินเช้าไปช้าๆเนิบๆยกมือขึ้นค้ำเอาไว้ “วิวสวยดีนะ ..” แต่ตากลับหลุบมองฮิบาริ
“มองตรงไหนของนายกัน” หน้าสวยเงยขึ้นสบและเป็นเค้าที่หัวใจจะหยุดเต้นเสียเอง
ใกล้ .. จนลมหายใจเป่ารดกัน
ใกล้ .. จนมองเห็นเพียงแค่ความน่ารักในดวงตา
ใกล้ .. จนเห็นเค้าสะท้อนในตาคู่นั้น
“มองนาย” หน้าคมสันโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดฉัน” หน้าผากจรดชิด
จมูกชนกันแต่ไม่มีใครคิดจะบ่ายเบี่ยงหน้าหนี
ริมฝีปากบางวาดรอยยิ้มออกมายกมือขึ้นแตกไปบนแก้มของคนอยู่สูงกว่าซ้ำรอยแผลทอนฟาที่เค้าฝากไว้เมื่อวาน
เบื้องหลังต้นซากุระกำลังทอสีส้มแดงแรงร้อน
แต่แสงที่ใกล้มอดดับก็มิอาจทะลวงแผดเผาคนทั้งคู่ได้
แสงสีส้มของทนกรค่อยๆลับเหลี่ยมโลกแล้วม่านราตรีก็มาทดแทน
“ตามธรรมเนียมเท่านั้นล่ะน่า” ฝีปากยังต่อกรกัน ก่อนสัมผัสแผ่วเบาจะประทับลงมานิ่มๆจูบแช่เอาไว้เฉกเช่นนั้นไม่คิดจะรุกราน
เหมือนไฟฟ้าวิ่งสถิตไปทั่วร่าง ร้อนผะผ่าวณ.ตรงที่เนื้อสัมผัสกัน
“...จูบแรกอาจทำให้คนขึ้นสวรรค์ ...”
“... ความรู้สึกดีในคราแรกที่ริมฝีปากสัมผัส ...”
“... จะถูกจดจำตราติดตรึงนานเท่าชีวิตจะมีอยู่ ...”
“แล้วที่นายลักจูบแก้มฉันมันเป็นธรรมเนียมด้วยหรือเปล่าล่ะ”
เป็นครั้งแรกที่ฮิบาริรู้สึกถูกไล่ให้จนแต้ม
เหมือนหมากรุกบนกระดานกำลังถูกรุกฆาตปิดดบัญชี
“บ้าน่ะสิ” หน้าสวยหันวืดสะบัดให้หน้าคมสันผละออกไปทางอ้อมซึ่งเจ้าตัวก็ยอมแต่โดยดี ยกมือขึ้นนอบๆผละกายออกห่าง
“เดี๋ยวฉันกลับมา .. รอนะอย่าเพิ่งหลับไปก่อนล่ะ” ยามาโมโตะเดินถอยหลังผละออกห่างไปอยู่ชิดประตู
“ถ้ากลับมาแล้วเห็นนายหลับนะระวังเถอะ ...” ประตูกระดาษที่ถูกแต้มลายพาดสีดำถูกเลื่อนเปิดออก
“ฉันจะลักหลับนาย” แล้วไม่ต้องรอให้ทอนฟาปาทะลุยอดหน้าพ่อหนุ่มนักกีฬาฟิตจัดก็วิ่งออกไปจาบ้านทรงญี่ปุ่น
“... หนึ่งนาที นั่นอาจหมายถึง หนึ่งชั่วโมงสำหรับใครบางคน ...”
“... แต่ในความจริงแล้ว หนึ่งชั่วโมง ก็มีหกสิบรอบนาทีเท่าๆกัน ...”
คนงามยังนั่งอยู่บนชานพัก
รอรอบแล้วรอบเล่าไอ้คนที่จากไปก็ไม่ยักจะโผล่หัวกลับมา
..แต่ที่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาถึงได้นั่งรอมันเหมือนคนบ้านั่นแหละ
กลัวที่จะโดนลักหลับหรือ ..เปล่าเลย ถ้ามันคิดจะข่มขืนเค้า เค้านี่แหละจะฆ่ามันให้จมดิน ก็แค่อยากรู้ว่ามันจะกลับมาจริงไหม
... กระเป๋าก็ไม่ยอมเอาไปด้วย ... มันจะทำอะไรกันแน่นะ
คางมนเกยไปกับไม้ริมระเบียง แนบหน้ามองโทรศัพท์ในมือหงอยเหงาแปลกๆพิกล เวลาที่แสดงบอกถึงตอนสามทุ่ม อีกสองนาทีจะกลายเป็นอีกชั่วโมง
แสงกะพริบวูบวาบพร้อมการสั่นน้อยๆทำเอาหัวใจคนถือมันอยู่ลอยไปอยู่ที่ปลายเท้าแล้วดีดกลับขึ้นมาด้านบนเต้นระรัวเหมือนวัยรุ่นแรกรัก
-ปิ๊บ-
“สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ” เสียงปลายสายที่กรอกเข้ามาทำเอาคนกดรับถึงกับแป้วลงไปถนัดตา รู้สึกผิดหวังที่คนโทรเข้าไม่ใช่คนที่หวังเอาไว้
เหมือนเด็กสาวแรกรุ่นที่ดีใจเก้อ เฝ้าแต่รอคอยให้รุ่นพี่ที่แอบชอบโทรเข้ามา
“รู้ได้ยังไง” แต่เค้าคงไม่ใจชืดใจจืดใจดำขนาดนั้น
ตอนนี้หมดแรงจะรำคาญหรือบางทีหากหาอะไรทำซะเค้าอาจจะลืมๆเวลาที่หมอนั่นบอกให้คอยก็ได้
“ถ้าแค่วันเกิดของคนที่ตัวเองรักยังไม่รู้ ฉันก็บ้าแล้วล่ะ”
“อย่ามามั่วนิ่ม กลับมาญี่ปุ่นเมื่อไหร่ฉันจะขย้ำนายให้ตาย”
“อา .. งั้นนายคงสมใจอีกไม่นานนี้ล่ะ อาทิตย์หน้าฉันจะกลับไปน่ะนะ อยากได้อะไรไหม ของขวัญวันเกิดน่ะ”
“จะขย้ำนาย” เสียงปลายสายหัวเราะร่วน คิดไม่ผิดจริงๆ ดูท่าคงไม่ต้องหิ้วอะไรพะรุงพะรังกลับไปสินะ
“ไว้แค่นี้นะเคียวยะ ฉันไปประชุมล่ะ .. ฝากขอบคุณพ่อกับแม่นายด้วยที่ทำให้นายเกิดมา .. เกิดมาให้ฉันรัก”
-ปิ๊บ-
ความเงียบโรยตัวอีกหน .. เป็นครั้งแรกที่ไม่อยากอยู่เงียบๆคนเดียว .. ปีหนึ่งมีครั้งเดียวที่เค้าจะมาเหยียบบ้านที่อ้างว้างนี่
มาหรือไม่มายังไงก็ไม่มีใครมาต้อนรับอยู่แล้วนี่ ..
ร่างเล็กเดินไปยังอีกห้อง ..ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปกลิ่นธูปหอมก็ลอยอบอวล
ห้องสีขาวนวลไปด้วยแสงจันทร์ แลดุน่าโรแมนติกแต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้
รูปบุพการีทั้งสองตั้งอยู่บนโต๊ะ เบื้องหน้ามีกระถางธูป ..
“ท่านพ่อท่านแม่” เสียงเอ่ยราบเรียบคาดเดาเอาอารมณ์ไม่ได้ ..จะสั่นเครือเสียใจหรือก็ใช่ ..แต่น้อยคนนักจะสังเกตเห็น
“มีคนฝากมาขอบคุณ..” พูดได้เพียงเท่านั้นเจ้าตัวก็เดินจากไป
ชานระเบียงเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องครัวนั้นยังคงมองเห็นซากุระต้นใหญ่ที่เปรียบเสมือนแหล่งพักใจของเค้า
เปลวเทียนกำลังเริงระบำ ..
ค่อยๆละลายเนื้อเทียนช้าๆไหลลงมากองอยู่เบื้องล่าง ...
เทียนที่เจ้าตัวหยิบมาจากในครัวเมื่อครู่กำลังจะหมดไปเป็นดอกที่สาม ซึ่งเค้าก็ได้แต่เฝ้าคอยไปพร้อมๆเวลาที่ยามาโมโตะจะกลับ
เทียนเล่มใหม่ถูกจุดปักเอาไว้ที่ไม้ระเบียง ฮิบาริมองมันอยู่อย่างนั้น
กลีบดอกซากุระที่ปลิวตกลงมายังเปลวไฟถูกมอดไหม้ให้เหลือเพียงผงธุลี
เสียงใสๆเอื้อนออกจากลำคอ
มองจดจ้องเปลวไฟที่มอดไหม้ละลายผลิตน้ำตาเทียนนิ่ง ..
เหมือนคนงี่เง่าที่ร้องเพลงในวันเกิดตัวเอง
ทั้งที่เค้าบ่นว่ามันไร้สาระตลอดเวลา
เหงาในวันบ้าๆที่กำลังจะมาถึง .. มันก็เท่านั้นเมื่อไม่มีใครให้ขอบคุณเหมือนก่อนเก่า
.. จมอยู่กับความเหงามานานเท่าไหร่ ...
... เมฆา ลอยเดียวดายมาตั้งนานเท่าใด ...
“เมี้ยว!!!!”
“จิ๊บ~!!! ฮิบาริ ฮิบาริ !!!”
“Happy Birth Day ฮิบาริ!!!” น้ำหนักที่โถมเข้ามาทำเอาเทียนที่ปลายแท่งดับวูบลง แล้วริมฝีปากร้อนๆก็เข้าแนบที่พวงแก้มแดงเรื่อๆ
“ทำบ้าอะไร!!” ร่างบางดิ้นขลุกขลักอยู่นาน
จนพากันสะดุดขาล้มไปกองบนพื้นฟูก โดยมียามาโมโตะเป็นเบาะรองรับ
ก่อนจะสะดุ้งเมื่อลูกแมวตัวเล็กกระโดดขึ้นมานั่งบนหน้าท้องเขา
นัยน์ตาคู่สวยกะพริบปริบๆ มองเจ้าขนปุยสีดำเลียแข้งเลียขาตัวเองด้วยความงง
“อ๋อ ฉันเจอมันตอนมาหานายน่ะแวะเล่นกับมันแป๊บเดียวมันก็ตามฉันซะแล้ว”
เสียงบอกอยู่ใกล้แค่หู ฮิบาริตัวเบาเกินคาด
น้ำหนักที่กดทับลงมาเค้าแทบไม่รู้ว่ามีคนนอนทับกาย
สองร่างค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนฮิเบิร์ดจะบินโฉบลงมาแลนดิ้งที่หัวของไอ้ตัวเล็กสมาชิกใหม่
“อา .. ช้าไปหน่อยนะ แต่ว่ากว่าจะหาเจอก็แย่เหมือนกัน” กล่องแก้วตรงหน้าถูกยื่นมาให้ ข้างในมีแค่กระถางและดินสีดำเปล่าๆ
“รดน้ำทุกวัน .. เดี๋ยวมันจะโตขึ้นมาเอง ถ้าวันไหนลืมรดมันจะตายทันที”
“ง้าว!” เสียงงอดๆดังขึ้นยามาโมโตะเผลอหลุดขำ ลูบหัว ..ฮิเบิร์ดผ่านส่งถึงแมวดำช้าๆ
“ส่วนไอ้ตัวนี้..”
“ฉันจะเลี้ยงมันเอง” ผิดดคาดเมื่อฮิบาริ เคียวยะ ออกปากจะรับเลี้ยงสร้างภาระให้ตัวเอง แต่ที่เค้ากำลังจะบอกก็คือว่าเค้านี่แหละจะรับเลี้ยงมันไว้
“ฉันก็อยากเลี้ยงมันอ่ะ”
“ฉันบอกฉันจะเลี้ยงมัน!!” เหมือนแย่งกับรับเลี้ยงลูกยังไงอย่างงั้น
จนยามาโมโตะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นพ่อซะดื้อๆแต่ก็ไม่กล้าพูดไปกลัวอาญาทอนฟาจะตามมาชำระหนี้บัญชีปากพล่อย
“สลับกันเลี้ยงเอาไหม นายเลี้ยงสองอาทิตย์ ฉันเลี้ยงสองอาทิตย์สลับกันแบบนี้”
“ไม่ตกลง ฉันเลี้ยงสามอาทิตย์ นายเลี้ยงหนึ่งอาทิตย์”
หันไปสนใจของเล่นใหม่แทนเค้าซะแล้ว
ร่างบอบบางในชุดยูกาตะสีเดียวกับแมวตัวเล็กนั่นกำลังเล่นหยอกกันจนเหมือนเค้าเป็นส่วนเกินไปซะอย่างนั้น
“ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ”
รวบร่างบางมากอดไว้แนบอกไล้มือแหวกสาบเสื้อยูกาตะโดยง่ายล้วงเข้าไปไล้ผิวในกายเขี่ยเอาปลายยอดอกให้คนตัวเล็กแอ่นอกขึ้นพยายามหนีมือเค้า
“อะไร ไม่เกี่ยวกันนะอย่ามาโมเม” แต่ก็ไม่อยากจะปฏิเสธสักเท่าไหร่
..จูบแรกที่เคยพานพบมันเหมือนยาเสพติดที่อยากจะลองดูรสชาติมันอีกครั้ง
และไม่ทันคิดให้ขาด ความอุ่นวาบก็เข้าครอบครองริมฝีปากตัวเองทันที ตวัดไล้ลิ้นเลียร้อนแรงจนจูบผะแผ่วครั้งแรกนั้นเทียบไม่ผิด
วาบหวาม ชวนให้มึนตึงไปทุกที เหมือนสติจะหลุดลอยออกไป
..แต่หัวใจกลับสั่งให้ร่างกายตอบสนอง
ส่งลิ้นไปกระหวัดพันเลียกันด้วยสัญชาติญาณคนไม่เคยยอมแพ้
แผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสกับผนังห้องแรงเล็กน้อยพอเรียกสติที่กำลังเตลิดให้กลับมายันบ่ากว้างไปให้พ้นๆทาง
ร่างแบบบางดิ้นขลุกขลัก ยูกาตะร่นไปกองที่เอว
ส่วนเจ้าตัวคนปลดก็อยู่ในสภาพเปลือยอกไม่ต่างกัน
“พอ ..!! เจ้าบ้า!! “
เสียงบ่นประท้วงยามเมื่อออกซิเจนถูกรีดเร้นติดไปกับรสจูบที่ละลายน้ำแข็งในหัวใจ
ยามาดมโตะผละออกมากลีบปากบางที่บวมเจอน้อยๆไล้ไปตามลำคอระหงตวัดเลียดูดันสร้างขบรอยแดงตรีตราจองเสียเสร็จสรรพ
ลิ้นเย็นลากต่ำลงไปเรื่อยๆ .. ผ่านยอดอกก็ขบเม้มขบกัด
ฝากรอยรักเอาไว้ทุกที่ที่เค้าฝช้เป็นทางผ่านให้ต่ำลงสู่เบื้องล่างแก่นกายของความปรารถนา
สำหรับคนไม่ประสีประสาในเรื่องรักอย่างฮิบาริ เพียงแค่จูบก็ดูจะปลุกอารมณ์หนุ่มอินโนเซนต์ให้ลุกฮือ
“... ความสงสัยอยากรู้ของมนุษย์นั้นอันตรายมากนัก ...”
“... เพราะมัน ..จะจินตภาพไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด ...”
“อ่ะ ..!!!” ปลายลิ้นเย็นสัมผัสปลายยอดความอ่อนไหว
ขาเรียวดันร่างกายให้ถอยหนีแต่ก็ติดกำแพงให้จนมุม
สองมือถูกล็อกติดผนังห้องเช่นกัน
ทั้งที่คนกระทำกำลังวุ่นวายกับส่วนไวสัมผัสที่สุดของเค้ายามนี้
ท่อนขาเรียวหนีบเข้าหากันด้วยความเสียวกระสัน บิดสะโพกเร่าต้องการปลดปล่อยอะไรบางอย่างในกายยามนี้ให้หลุดพ้นไปจากตัวเอง
“อ๊ะ !! ไม่ ..!! อย่า ..พอ ... พอ!!” สองมือเป็นอิสระ
ดันไหล่อีกฝ่ายเอาไว้แต่บางทีหากถูกพันธนาการมีภาระซึ่งกันและกันอาจจะดีกว่าการที่ปล่อยให้ยามาโมโตะจับขาเขาแหวกออกมาแบบนี้
ลิ้นเย็นไล้จากปลายจรดโคนลากขึ้นลงซ้ำๆ
ก่อนจะวกไปช่องทางนุ่มนิ่มที่ปิดสนิทหนึ่งเดียว
ปลายนิ้วเขี่ยแยกออกเท่านั้นคนงามก็ร้องเสียงหลงโวยวายเสียยกใหญ่
…ยิ่งดิ้นหนีเค้ายิ่งรุกไล้ .. อารมณ์ดิบภายในกำลังถูกปลุก ..
สำหรับคนที่เคยมีเซ็กส์ มันง่ายที่จะปลุกรั้ง แต่ยากนักที่จะดับมันลง
“ไม่เจ็บ .. มันไม่เจ็บ อย่าเกร็งฮิบาริ ... แล้วนายจะชอบมัน”
เสียงพร่ากระเส่าดังอยู่ชิดใบหู ความร้อนอังนาบที่ปากช่องทาง
มันถูไล้วนกดเข้าปละออกเหมือนจะปลกปลอบให้เค้าเตรียมตัวเตรียมใจ
ความอุ่นร้อนคับแน่นค่อยๆแทรกเข้ามาทีละนิด แต่แค่นั้นร่างกายเค้าก็เกร็งไม่เปิดรับเสียแน่น ..
ริมฝีปากบางขมเม้มหน้านิ่วไปด้วยความเจ็บปวดก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อมืออบอุ่นนั้นขยับไล้ไปกับส่วนอ่อนไหวของเค้า
ปลุกปลอบประโลมให้ลืมเจ็บไปได้แค่ชั่ววูบหนึ่ง
ร่างบอบบางกระตุกถี่
บีบมือเข้าที่ไหล่สองข้างแน่นหลับตาไม่รับรู้ความเจ็บปวดคับแน่นที่แทรกเข้ามาในคราเดียว
ฟันคมๆขบเม้มไปที่หัวไหล่เรียกเลือกให้ไหลซึมชิ้น ..
เพียงเพื่อระบายความเจ็บปวด เพราะร่างเล็กอาจเจ็บกว่าเค้าหลายเท่านัก
“อ๊า!!! .. อื้ออ ..เจ็บ .. เจ็บ ..เอาออกไปนะ!!!”
ดวงตาที่ปิดสนิทยังไม่ยอมลืมขึ้น
ปากบางๆขึ้นสีเข้มอาจเพราะเลือดที่หวานแม้ไม่สู้น้ำตาลแต่อยากลิ้มรส
เลยตวัดลิ้นเลียดูดกลืน ขณะที่ร่างกายเบื้องล่างยังคงถูกขยับเข้าออก
แม้จะเจ็บคับแน่นเหมือนร่างกายถูกแยกเป็นสองซีก .. หากแต่ถ้ายามาโมโตะ
ใจร้ายหยุดขึ้นมากลางคันเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผลักไสหรือเว้าวอน
ความอุ่นของเลือดไหลตามผิวขาวสัมผัสไปบนพื้นเสื่อซึมชื้นเป็นด่างดวง
ให้จำจดว่าครั้งหนึ่งเค้าเคยถูกพรากบริสุทธิ์ที่ตรงนี้
โดยที่เค้าเองไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะขัดขืนหรือยินยอม
“อ๊ะ!! .... ..อ๊า!!”
มือที่ขยับปรนเปรอเขาทั้งแก่นกายและปลายอกทำเอาฝั่งฝันถึงไวกว่าที่คาด
ของอุ่นเหลวที่ปลดปล่อยออกมานั่นก็คงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวรู้สัมผัสกับกามรมย์
“แฮ่ก .. ครั้งแรกเหรอฮิบาริ”
เสียงพร่ากระซิบเบาๆ
ของอุ่นเหลวเต็มมือถูกชโลมอาบแก่นกายเจ้าตัวไหลย้อยไปถึงแก่นกายเค้าที่สอดรับขยับใส่
หล่อลื่นให้สนิงกิจฝั่งฝันตัวเอง
“.. ใค ..ร อ๊ะ ... ใครมันจะบอก..นาย อ๊า ---!!!”
หน้าท้องเกร็งแน่นยามเมื่อจุด่อนภายในถูกกระตุ้นหนักๆเข้า
มือเรียวกำเศษชชิ้นส่วนของยูกาตะที่ถอดเรี่ยพื้นเป็นที่พุ่งยามนี้แน่น
ก่อนจะค่อยๆปรือนัยน์ตาฉ่ำแฉะมองเค้าโครงหน้าของคนกระทำเค้า
แล้วก็เป็นตัวเองที่หัวใจหยุดเต้นเสียเอง นัยน์ตาคู่นั้นคบปราบไปด้วยเพลิงพิศวาสที่ยังไม่เห็นเค้าว่าจะมอดไหม้
“งั้นก็ครั้งแรก”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังมากขึ้นดังถี่ขึ้น ..
จนท้ายที่สุดของพายุอารมณ์ปรารถนาก็ถูกปลดปล่อย
ความอุ่นวาบในช่องท้องที่ฉีดพุ่งเข้ามาทำเอาเจ้าตัวหน้าแดงวาบถลึงตามองหน้ายามาดมโตะก็ได้กลับมาเพียงรอยยิ้ม
“นี่ ..นี่ ..นี่นายปล่อย ...มันเข้าไปในตัวฉัน!!!” แค่คิดก็อายจนแทบบ้าแล้ว แต่ก็มีอารมณ์มามองช่องทางของหัวเองที่บัดนี้ทั้งเลือกทั้งคราบขาวพากันไหลเทออกมาตามเจ้าตัวที่ถอดถอนออก
“ไม่ท้องหรอกน่า แต่ถ้าท้องก็ดีสินะ ฮ่ะๆๆ..”
มันใช่เรื่องนั้นซะที่ไหนล่ะ!!!
ได้แต่ส่งสายตาต่อว่าแต่ปากกลับจนทางเถียงหรือบางทีเถียงไปก็เหมือนขุดหลุมให้ตัวเองหลงพลางกับดักของตัวเอง
“หึ ...” หน้าสวยสะบัดพรืดไปอีกทางกอดอกเสียด้วย แก้มป่องต่างหาก .. งอนเต็มๆเลย
"โกรธเหรอ" เสียงกระซิบอยู่ข้างหูดึงร่างแบบมาอยู่ในอ้อมกอด ขยับรัดให้แน่นขึ้น แต่คนโกรธก็ไม่ตอบนั่นแหละที่ทำให้เค้ารู้ว่าโกรธ
"ซากุระสวยจัง" พยายามจะแถเปลี่ยนเรื่อง เมื่อวิวตรงหน้าที่ทอดมองเห็นเป็นต้นซากุระใหญ่
แสงจันทร์ขับสาดละออเข้ามาในห้องกระทบผิวขาวให้มีน้ำมีนวลเปล่งปั่ง
ไหนจะสีอมชมพูของซากุระเต็มต้นนั้นอีกเล่า
คนในอ้อมแขนเมื่อเจอฤทธิ์แสงจันทร์ก็สวยเหลือเชื่อจนเค้าไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นนางไม้ผีพรายแปลงกายมาให้เขารักหรือเปล่า
จมูกโด่งซุกไซ้ไปกับซอกคอพรุ่ง สูดเอาความหอมหวานจากเจ้าตัวที่เคล้าไปด้วยกลิ่นซากุระยามนี้
"ถ้านายโกรธ ... ฉันก็มีวิธีง้อนายตั้งหลายวิธี"
“… จะเป็นความประทับใจ หรือ เสียใจ ...”
“ ... ก็มักจะถูกยัดเยียดเอาไว้ในความทรงจำ ...”
คราบเลือดน้ำรักยังเขอะกรังอบู่บนพื้นเสื่อแม้เจ้าของเลือดผู้นั้นจะถูกย้ายตัวมานอนบนฟูกเรียบร้อยก็ตามที
..หน้านวลดูอิดโรยไปสักหน่อยแต่นั่นมันของปกติสำหรับคนที่เพิ่งจะได้หลับเอาตอนตีสามผนวกกับศึกรักที่เค้ากรำชัยไปนับครั้งไม่ถ้วน
ยามาโมโตะนั่งมองคนหลับใหลด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ไล้มือไปกับแก้มนุ่มก่อนจะมาจบที่ริมฝีปากอิ่ม
เจ้าตัวคงเหนื่อยหนักหนาถึงได้หลับเป็นตายที่เค้าสัมผัสยังงมิอาจรับรู้ จากนิ้วมือก็ชักไม่พอเลยทดดลองครอบครองด้วยริมฝีปากตัวเองแทน
เมื่อเห็นว่าร่างงามไม่หือไม่อือไม่ดิ้นก็ได้ทีขโมยจูบไปเสียหลายๆหนจนหนำใจตนถึงยอมถอนออกมา
“... แต่ใครจะรู้ล่ะเออ .. ว่าดาวบนพื้นดินยังมีให้ไขว่คว้าอีกหลายดวง ...”
“... เวลานี้ หยาดพิรุณก็เอื้อมเอี่ยวถึงเมฆาที่โดดเดี่ยวสักที ...”
“.. อย่างน้อยตอนนี้ เมฆาก็ส่องแสงแข่งกับดาว ...”
“ฮิบาริ .. ตื่นเถอะ!” เสียงกวนเข้ามาในโสตก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นก็พบว่าในห้อองนั้นสว่างโล่ด้วยแสงจากธรรมชาติ สว่างจนบอกได้ว่าเวลานี้หาใช่เช้าตรู่ไม่
“กี่โมงแล้ว”
“เก้าโมง ตื่นเถอะ ลุกไหวมั้ย ให้ฉันอุ้มไปแล้วกัน”
ยูกาตะถูกยัดเยียดใส่ทั้งที่เจ้าตัวก็งัวเงียดีนัก กึ่งตื่นจะคล้อยหลับ
เลยยอมให้ยกร่างเค้าไปนู้นมานี่ตามใจชอบ
แต่แรงสะเทือนจากการเดินหนักๆมันทำเอาเขาเจ็บไปถึงสะโพกอดไม่ได้ที่จะต้องดุตวาดไป
“เดินให้มันเบาๆหน่อย!! อยากตายมากนักใช่ไหม”
“พาออกมาทำไม” มือบางขยี้ไปที่เปลือกตาตัวเองซ้ำๆ หรี่ลงเมื่อแสงแดดแยงเข้าผ่านให้พร่ามองไม่เห็น
“วันเกิดนายนี่ ตอนนี้เค้ากำลังฉลองกันทั่วเมือง พาเด็กออกไปเที่ยว
ฉันเลยพานายออกมาดูเจ้านี่ไง”
คำตอบที่ได้ทำเอาคนถูกหาว่าเด็กทางอ้อมขมวดคิ้ว
.. อย่างน้อยฉันก็เป็นรุ่นพี่นายนะ ...
“แค่ปลาคราฟที่นายถือวิสาสะมาผูกในบ้านฉัน”
ธงปลาคราฟที่เจ้าตัวซื้อมาถูกผูกติดกับกิ่งต้นซากุระในตำแหน่งที่มองจากบนห้องฮิบาริแล้วจะเห็นแจ่มชัดกว่านี้
แต่เค้าก็อยากพาร่างงามออกมาสูดอากาศก่อนที่เวลาจะเปลี่ยนไปช่วงบ่ายแล้วแดดแรงกว่านี้น่ะสิ
“หน้ามันเหมือนนายจะตายไป”
เสียงนั้นใกล้อยู่ใบหูยังไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กลงยืนและฮิบาริก็ไม่คิดจะยืนแล้วล้มในสภาพทุเรศแบบนี้ให้ใครเห็นหรอก
“ดูดิ ตาขวางเหมือนกันเลย” คำตอบรับคือมือที่ตีไปบนต้นแขน ก่อนจะออกเสียงสั่งสารถีจำเป็นให้กลับเข้าไปที่ห้องนอน
เจ้าคนบ้าเบสบอลอยู่ด้วยกันจนถึงสิบโมงเท่านั้นก็จรลีหายหัวไปซ้อมที่สนามข้างๆซะ ทิ้งเค้าให้นั่งแกร่วอยู่ที่นี่ ..
ลูกเบสบอลลอยข้ามเข้ามาในรั้งอีกครั้ง ..
แล้วเดี๋ยวสักพักเจ้าคนหัวตั้งก็จะวิ่งทะเร่อทะร่าเข้ามาเก็บ
ร่างงามอนงค์เลยฝืนย้ายกายตัวเองไปนั่งที่ชานพักเหมือนทุกครั้ง
“ให้ตายสิ นายทำฉันฟอร์มตกนะฮิบาริ!!” เสียงตะโกนดังขึ้นมา ฮิบาริอมยิ้มก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทางทำทีท่าสนใจหนังสือในมือมากกว่า
“ฉันโดดซ้อมไม่ได้ แต่ก็อยากเจอหน้านาย” เสียงตะโกนดังขึ้นไปอีกไม่สนอายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเอาซะเลย
“วิธีเดียวเลยตีมันเข้ามา”
“มันเรื่องของนาย งี่เง่านักก็ฟอร์มตกไปจนตายแล้วกัน”
“นี่!! อย่าลืมรดน้ำต้นไม้นะ ..อย่าลืมดูแลเนโกะด้วย .. นั่นลูกของเราน...โอ๊กกก!!!” หนังสือเล่มหนาเท่าสารานุกรมในมือถูกปาปักยอดหน้า
จะด้วยความเขินหรือโกรธอะไรช่าง .. แต่ฮิบาริ เคียวยะกำลังหน้าแดงเป้นลูกตำลึง
พูดถึงลูกลูกก็มา เจ้าลูกแมวที่ชื่อเนโกะมาจากการที่ร่วมหัวกันตั้ง
จนท้ายสุดก็มาลงเอยที่ชื่อนี้
กระโจนมาชิดริมระเบียงก่อนจะโดดเหย็งออกไปยังศพซูชิที่นอนอนาถแต่หน้านั้นกลับยิ้มร่าเหมือนสุขใจที่ตายด้วยน้ำมือเมีย
“หึ ..ประสาท” หน้าสวยสะบัดพรืดไปอีกทางอมยิ้มจนแก้มตุ่ย หน้าก็ร้อนจนสัมผัสได้
ลมแรงกระโชกพัดก็พาเอาดอกซากุระสลัดก้านใบโรยราลงสู่พื้น ธงปลาคราฟที่ติดไว้บนกิ่งใหญ่ก็ปลิวไสวลู่ไปกับแรงลม
นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องไปยังของไร้สาระที่เคยคาดโทษเอาไว้แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างหน้าแดงร้อนฉ่าอีกหน
.
.
.
.
.
.
ทำกันได้ลงนะพ่อพิรุณขี้แกล้ง
.
.
.
.
.
.
.
และวันนี้พ่อหนุ่มนักเบสบอลก็ฟอร์มตกหลายๆหนจนคนในชมรมเลยจับพิรุธได้
แอบตามย่องไปส่องสืบดูก็ถึงบ้างน้อนเมื่อเวลาบางเลท ที่แท้ก็มาติด ..
ติด ...
คุณกรรมการรักษาระเบียบ!!!
แดม!! ยามาโมโตะแกแน่มาก !!!
แต่ก็ต้องเสียวสันหลังวูบวาบเมื่อนัยน์ตาเรียวคู่นั้นกลอกมามองยังพวกที่สุมหัวอยู่ตรงแนวรั้ว
พลพรคครักเสือกสุมหัวก็แตกฮือกลับไปซ้อมเบสบอลและสัตย์สาบานตนจะรูดซิปปากปิดหูรูดเก็บให้เงียบเป็นความลับ
จะไม่บ่นเมื่อมันตีลูกเอาท์ เด็ดขาด
ต้นไม้วันวานที่ยังตูมเป็นแค่เมล็ด
วันนี้กลับถูกวางตำแหน่งใหม่บนโต๊ะทำงานในห้องทำงานของคนรับ ..
ต้นอ่อนค่อยๆแตกหน่อขึ้นพ้นดินแต่ยังไม่ผลิบานเต็มที่
..หรือบางทีอาจต้องรอถึงใบไม้ผลิถัดไป ..
หน้าสวยแนบไปกับโต๊ะมองดูกระถางต้นไม้ไม่รู้เบื่อ
“รีบๆโตสักทีสิ”
หากต้องการสายฝน ก็จงเตรียมใจความความมืดมิด
หากแต่บางทีก็มีบางเมฆาที่สว่างใสไม่แพ้ดวงตะวัน
......................................................
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
....................................................................
ไอ้ส้ม Product
ภูมิใจเสนอ
อภิมหากาฬเกมข้ามชาติ
ที่เกาหลียีงอาย
ญี่ปุ่นสายหัว
อเมริกายังเซย์ซาโย
Kateikyou Hitman Reborn! : 2 CHOICE 2 LOVE
....................................................
บ่ายแก่ๆ ...
วันที่ 5 เดือน 5
โกลด์เดนวีค ..
ฮิบาริ
เคียวยะก็นอนสบายอยู่บนดานฟ้าตามปกติ
แม้จะเป็นวันหยุดแต่ก็ต้องขอบคุณที่ทำให้เจ้าตัวยังจำวันเกิดตัวเองได้
~
แอ๊ด ~
เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับ ..
ผ่างงงง !!!
ปามป้ะกะปามมม!!!!!
ผู้ที่เปิดเข้ามาคือสองหน่อ สองเสะของคุณท่านท้าวเธอ
อีหนึ่งม้ารั่ว กับไอ้ตัวจำเนียน
ดีโน่ : .. เคียวย้า!!!!!!!
ยามาโมโตะ : โย้ชช ฮิบาริ .. สุขสันต์วันเกิดนะ
อาใช่ .. วันนี้เป็นวันเกิดซึ่งฮิบาริไม่เคยจะใส่ใจ
ถึงจะอยู่ในชุดยูกาตะ แต่สำนึกรักโรงเรียนก็ทำให้ตัวเองมานอนตากลมบนนี้
แล้วมันเกี่ยวกันมั้ย ?
ช่างเถอะ
ดูไอ้สองหน่อสองเสะนี้พล่ามไปก่อนตามเรื่องตามราว
ดีโน่ : กินเค้กนะ เคียวยะ
นี่อ่ะสั่งมาจากอิตาลีเลยนะ ส่วนผสมข้างในคัดมาอย่างดีเพื่อเคียวยะคนเดียวเลย
ยามาโมโตะ : ไม่ๆๆ ซูชิดีกว่านะฮิบาริ
ไม่วนด้วย เนี่ยพ่อฉันทำ หน้ามาคุโร่เอย หอยเม่นเอย หรือจะคัมบาจิที่นายชอบดีล่ะ!!!
... เงียบ ...
เสียงฮิเบิร์ดบินผ่านสูงๆยังได้ยินมาถึงข้างล่างเลย =[]=!!!!
ก่อนมันจะแลนดิ้งลงมาจอดบนไหล่
ฮิบาริ : ...ทำบ้าอะไรของพวกนาย
ดีโน่ + ยามาโมโตะ : จีบนายไง!!!!!!!
ตุ๊บพลั่ก โอ๊กก
โอ๊ววว
อีกสิเคียวย้า ฟาดมาแรงๆเลย อร๊างงง
อ๊ากกกกก หมัดหนักชิบหุย
มือหรือตีนว้าเฮ้ย เบาๆหน่อยครับที่รั .....โอ๊กกกกกกกก
เวลาผ่านไปแล้วเรื่องราวของเกมก็ดำเนินมาถึงตอนจบ ..(มักง่ายไปไหม
? โอเค คงไม่เท่า"ปาหมอน" หรอกนะ)
......
คุณที่เล่นอยู่ต้องเลือกแล้วล่ะว่า จะจบแบบไหน
จะจบแบบ
D1 ครองรักชู้ชื่นไปกับ ดีโน่ คาบัคโรเน่
มีชีวิตที่หรูอ้าฟู่ฟ่าแต่อีม้ามันรั้วรั่ว
เกี่ยวมือกันหนีไปตั้งสำมะโนครัวสำมะโนใจที่แดนมักกะโรนี
หรือ
ตัวเลือกลำเอียงสุดๆ (ฮา)
จะกดอันไหนก็ได้แต่ควรจะเหลียวหลังดูผู้ปกครองสักนิดนะจ๊ะ ...
เตือนช้าไปไหม (ฮา)
เป็นไงล่ะครับ เซอร์ไพรส์มั้ยเอ่ย
............................. //โกย//
สุขสันต์วันเกิด แบบเรทเลท นะ
ฮิบาริซามะ ขอให้ครองคู่อยู่ยืนยงกับซูชิไปน้าน ....นาน
จากนี้จะหายหัวไปนานเลยนะครับ
เลือกแล้วครับ
โดเสร็จเมื่อไหร่ถึงจะมาอัพ .. ต่อ (เรื่องของเรื่องคือไม่อยากให้จบนั่นเอง 5 5 5+)
สำหรับแฟนๆแม่ยก 8018 ใครที่ไปงาน B.R exe เจอกันได้ครับ หึๆๆ
ของเซอร์ไพรส์อุบไว้ก่อน ถ้าโดออกทันจะมาแจ้งอีกทีครับผม
ว่าแล้ว
เก็บข้าวเก็บของ โกยอ้าววว หลบสหบาทาที่ลอยกระทบปาก
8018D
บันซายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
edit @ 6 May 2008 22:37:38 by Evilcat ; おれんじ
edit @ 8 May 2008 00:13:28 by Evilcat ; おれんじ


























8018 รักมากค่า
จีบนายไง.. ชัดถ้อยชัดคำมากค่ะหนุ่มๆ อร๊ายยยย
จบวาย 1 ค่ะ กร๊าก
#1 By B-Ichise-\@q@/- ทะยานไปเถอะวัยรุ่น on 2008-05-06 23:02